บนถนนมิตรภาพ เส้นทางสู่แดนอีสาน เมื่อ 40 ปีเศษ ล่วงมาแล้ว ดิฉันเดินทางพร้อมกับพี่น้องและคุณ พ่อ เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดอุดรธานี เราแวะชมสถานที่สำคัญหลายแห่งบ นเส้นทาง แล้วความสะเทือนใจก็บังเกิดบนเส้นทางมิตรภาพนั้นขึ้น จนได้ สำหรับเด็กวัย 8 ขวบ อย่างดิฉันในขณะนั้น ภาพลุงช้างตัวใหญ่ มีงา นอนอยู่ข้างถนน และมีเจ้าของนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ เป็นภาพที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจ และสับสนเป็นอย่างยิ่ง ความที่เป็นเด็ก ดิฉันแยกไม่ออกหรอกค่ะว่าใครเป็นใคร เห็นใส่ชุดพื้นบ้าน เคียนเอวด้วยผ้าขาวม้า ก็เดาเอาเองว่าเป็นเจ้าของลุงช้างแน่ๆ ดิฉันขอ ให้คุณพ่อจอดรถ
"ลุงช้างเป็นอะไรคะ โซลงไปดูนะคะ”
คุณพ่อจอดรถแต่ไม่อนุญาตให้ดิฉัน ลงจากรถ คุณพ่อเปิดประตูรถเดินไปแล้ว ดิฉันไขกระจกยื่นหน้าออกไปดู ลุงช้างยังไม่ตายเห็นตัวยังกระเพื่อมอยู่ ไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกันบ้าง คุณพ่อเดินกลับมาที่รถ เมื่อนั่งประจำที่คนขับแล้ว คุณพ่อก็บอกว่า
"ลุงช้างถูกรถชนลูก !"
ดิฉัน ก็ร้องขึ้นว่า "งั้นเราพาลุงช้างไปหาหมอนะคะ เรารีบพาลุงช้างไปหาหมอนะคะ!"
แต่คุณพ่อ พูดว่า "จะพาลุงช้างไปได้ยังไงลูก! ลุงช้างตัวใหญ่ไม่มีหมอรักษาได้หรอกนะ”
ดิฉันงงไปหมด พูดไม่ออก ขณะที่รถกำลังเคลื่อนไปนั้น และดิฉันไขกระจกรถขึ้น พลันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ดิฉันไม่ได้หันไปมอง เสียงคุณพ่อพูดขึ้นเบาๆ ว่า
"ลุงช้างไปสวรรค์แล้วลูก"
ดิฉัน พยักหน้าหงึกๆ ความที่ชอบดูภาพยนตร์ต่างประเทศ จึงทราบดีว่า เมื่อม้า, สุนัข, หรือสัตว์ ใดๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาจะตัดสินใจยิงเพื่อให้พ้นความทรมานทั้งสิ้น ดิฉันเข้าใจดี แต่ไม่เข้าใจว่า
"ทำไมลุงช้างต้องมาเดิน ด้วย !"
อีก 30 ปีต่อมา เมื่อวันที่ 24-26 เมษายน 2539 ดิฉันได้รับเชิญไป เป็นวิทยากร ในการจัดสัมมนา ระดับชาติ
"โครงการ ช้าง : มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในประเทศไทย" จัดโดยสถาบันราชภัฏ สุรินทร์ และสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เช้าวันที่ 24 เมษายน ได้พบกับ รศ.ชื่น ศรีสวัสดิ์ ท่านบอกดิฉันว่า ท่านได้ชมรายการโทรทัศน์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้ยินดิฉันเปิดเผยความสะเทือนใจเกี่ยว กับลุงช้างผ่านจอโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ผู้ที่เป็นเจ้าของลุงช้างพลาย เชือกนั้น จำได้ว่าเป็นช้างของท่านเองชื่อพลายบัวจูมซึ่งเหตุเกิดบนถนน มิตรภาพที่ดิฉันเองจำไม่ได้ว่า ช่วงจังหวัดใด อาจารย์ชื่น เรียนว่า "เจ้าของลุง ช้างจะมาพบคุณโซไรดาในวันนี้ด้วย" ดิฉัน ขนลุกด้วยความปลาบปลื้มใจ ไม่ได้เคยนึกเลยว่าจะมีโอกาสได้พบเจ้าของลุง ช้างอีกในชีวิตนี้ ท่านได้รับบาดเจ็บจากรถชนลุงช้างในวันนั้นด้วยทำให้ ไม่สามารถเดินโดยแผ่นหลังตรงได้ วันที่พบท่านนั้นท่านอายุ 72 ปีแล้ว คุณลุงท้าว ศาลางาม เจ้าของลุงช้างของดิฉันเองค่ะ
ดิฉันได้แต่หวัง และขณะนี้กำลังพยายามอย่างสุดความสามารถตามกำลังความรู้ กำลังกาย กำลังใจที่มี ก่อตั้ง "มูลนิธิเพื่อนช้าง” เพื่อช่วยเหลือช้างและเจ้าของช้างให้ ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทุกวันนี้ ดิฉันและ "เพื่อน ช้าง" รักษาช้างเจ็บป่วยได้กว่าสามพันรายแล้ว (ข้อมูลมีนาคม 2553)
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นและเสียงที่ได้ยินยังคงดังกึกก้องอยู่ใน มโนภาพ อยู่ในความคิดคำนึง